วันที่ 29 - 30 สิงหาคม 2567 นายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นางสาวเอมิกา แช่มศรีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ เข้าร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจใหม่” ณ ห้องประชุมแม็กโนเลีย โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ พร้อมด้วยหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯเพื่อร่วมสร้างเสริมความรู้และฝึกปฏิบัติการจัดทำโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ซึ่ง ปกท.ทส. กล่าวว่า ปัญหาหลักที่สำคัญของประเทศไทย คือ การมีแผนการปฏิบัติราชการ แผนยุทธศาสตร์ แผนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ถือเป็นหน่วยงานระดับพื้นที่ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานของกระทรวงให้ไปสู่ความสำเร็จได้ โดยแต่ละพื้นที่นั้นย่อมมีความเฉพาะที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ และรู้จักพื้นที่ของตนเองอย่างรอบด้าน รู้ถึงปัญหาที่พบได้บ่อยครั้ง และความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติของพื้นที่ พร้อมวางแผนมาตรการป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ปกท.ทส. ได้เน้นย้ำถึง การดำเนินงานด้วยหลัก 5 ประการ ที่จะทำให้แผนการปฏิบัติงานมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น คือ (1) มีความรู้ รู้ลึก รู้จริง ในเรื่อง
ที่รับผิดชอบ (2) มีความเข้าใจ เข้าใจปัญหา พร้อมหาสาเหตุ (3) มีความตั้งใจ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ต้องมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ (4) มีความใส่ใจ ต้องเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ ดูแลใส่ใจภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนอย่างเท่าเทียม และ (5) มีความจริงจังและจริงใจ มุ่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยใจจริง แม้บางเรื่องเราอาจไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ก็จำเป็นต้องผสานความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน เพิ่มกระบอกเสียง สร้างความเข้าใจไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยกัน
